วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Present simple Tense_ภาค2

4. การเติม s หรือ es หลังคำกริย

ทำไมคำกริยาต้องเติม " s " หรือ " es " สิ่งที่ควรจำเกี่ยวกับการใช้ Present Simple Tense คือ ต้องใช้ประธานและกริยาในประโยคให้สอดคล้องกัน
               สำหรับประโยคที่เป็น Tense ในกลุ่ม Present Tense ได้แก่ Present Simple Tense, Present Continuous Tense , Present Perfect Tense กริยาที่ใช้เป็นกริยา ช่องที่ 1 แต่จะเปลี่ยนรูปเพื่อให้สอดคล้องกับประธานในประโยคเสมอ หลักการใช้มีดังนี้

ประธานเอกพจน์
ประธานพหูพจน์
  1. A bird flies.
  2. He plays tennis everyday.
  3. Alice washes her face every morning.
  1. Birds fly.
  2. We play tennis everyday.
  3. They wash their faces in the morning.

1.จะสังเกตเห็นว่าในประโยคที่ 1 - 3 ประธานเป็น เอกพจน์ เมื่อประธานเป็น เอกพจน์ กริยาจะเป็นเอกพจน์ รูปของกริยาเอกพจน์คือจะเติม “s”หรือ “es” ท้ายคำกริยาช่องที่ 1
2. จะสังเกตเห็นว่าในประโยคที่ 4 - 6 ประธานเป็นพหูพจน์ เมื่อประธานเป็น พหูพจน์ กริยาจะเป็นกริยาพหูพจน์ รูปของกริยาพหูพจน์คือกริยาช่องที่ 1 ที่ไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบแต่อย่างใด
กฎการเติม “ s ”หรือ “es” หลังคำกริยา
1. คำกริยาธรรมดาทั่วๆไปเติม S ได้ทันที เช่น
work - works ทำงาน
live - lives อาศัยอยู่
speak - speaks พูด
eat - eats กิน
2. คำกริยาที่ลงท้ายด้วย s , ss , sh , ch , x และ o ให้เติม “es” เช่น
go - goes ไป
pass - passes ผ่าน
  watch - watches ดู
catch - catches จับ
box - boxes ชก,ต่อย
3. คำกริยาที่ลงท้ายด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม “es” เช่น
cry - cries ร้องให้
study - studies เรียน   
fly - flies บิน
dry - dries ตากแห้ง      
4. ถ้าคำกริยานั้นลงท้ายด้วย y และหน้า y เป็นสระ คือ a , e , i , o, u ให้เติม “s” ได้เลย เช่น
play - plays เล่น
buy - buys ซื้อ
delay - delays ชักช้า
joy - joys ทำให้ยินดี
say   - says พูด 

5. Present Simple Tense ในรูปประโยคบอกเล่า
              ประโยคบอกเล่า หมายถึงประโยคที่พูดหรือเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง เช่น I drink water everyday. (ฉันดื่มน้ำทุกๆวัน) ในภาษาอังกฤษรูปกริยาที่ใช้ต้องเป็นกริยาช่องที่ 1 ( V .1 ) ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ กริยาต้องเติม “s” หรือ “es” ส่วนประธานพหูพจน์ (รวมทั้ง I และ You) กริยาไม่ต้องเติม “s” หรือ “es” ให้คงรูปเดิม
                โครงสร้างประโยค Present Simple Tense ในรูปประโยคบอกเล่า 
ประธาน    +  กริยา     +         กรรม        +      คำบอกเวลา

ตัวอย่างประโยค
    • I go to school by bus everyday.
    • You watch TV every night.
    • We play tennis everyday.
    • Jane goes to school by bus everyday.
    • He watches TV every night.
    • She plays tennis everyday.
      6. Present Simple Tense ในรูปประโยคปฏิเสธ
      ถ้าในประโยคบอกเล่านั้นมีเพียงกริยาแท้ เมื่อต้องการเปลี่ยนให้เป็นประโยคปฏิเสธ ให้ใช้ verb to “do” + not นำหน้ากริยา ดังนี้            
           ประธาน         +
               do        not
          +       กริยาแท้ช่องที่1
               does     not
              
       do not (don't) ใช้กับประธานพหูพจน์ได้แก่ I , You , We , They
       does not (doesn't) ใช้กับประธานเอกพจน์ได้แก่ He , She , It
      เช่น           ประโยคบอกเล่า             I live in London.
                      ประโยคปฎิเสธ              I don' t live in London.
                       ประโยคบอกเล่า            He lives in Canada.
                      ประโยคปฎิเสธ              He doesn' t live in Canada.  
      ข้อสังเกต    1.  เมื่อใช้ does not ( doesn ' t ) กับประธานเอกพจน์ คำกริยาที่เติม “s” หรือ “es”
                            ให้ตัด “s” หรือ “es” ทิ้งและคงเหลือคำกริยาช่องที่ 1 ซึ่งไม่ต้องเติมอะไรทั้งสิ้น
                     2.   ส่วน do not (don 't)ใช้กับประธานพหูพจน์คำกริยาให้คงเดิมไม่ต้องเปลี่ยนแปลง
                               ใดๆ      

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น