4. การเติม s หรือ es หลังคำกริยา
ทำไมคำกริยาต้องเติม " s " หรือ " es " สิ่งที่ควรจำเกี่ยวกับการใช้ Present Simple Tense คือ ต้องใช้ประธานและกริยาในประโยคให้สอดคล้องกัน
สำหรับประโยคที่เป็น Tense ในกลุ่ม Present Tense ได้แก่ Present Simple Tense, Present Continuous Tense , Present Perfect Tense กริยาที่ใช้เป็นกริยา ช่องที่ 1 แต่จะเปลี่ยนรูปเพื่อให้สอดคล้องกับประธานในประโยคเสมอ หลักการใช้มีดังนี้
| ประธานเอกพจน์ | ประธานพหูพจน์ |
|
|
1.จะสังเกตเห็นว่าในประโยคที่ 1 - 3 ประธานเป็น เอกพจน์ เมื่อประธานเป็น เอกพจน์ กริยาจะเป็นเอกพจน์ รูปของกริยาเอกพจน์คือจะเติม “s”หรือ “es” ท้ายคำกริยาช่องที่ 1
2. จะสังเกตเห็นว่าในประโยคที่ 4 - 6 ประธานเป็นพหูพจน์ เมื่อประธานเป็น พหูพจน์ กริยาจะเป็นกริยาพหูพจน์ รูปของกริยาพหูพจน์คือกริยาช่องที่ 1 ที่ไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบแต่อย่างใด
กฎการเติม “ s ”หรือ “es” หลังคำกริยา
1. คำกริยาธรรมดาทั่วๆไปเติม S ได้ทันที เช่น
work - works ทำงาน
live - lives อาศัยอยู่
speak - speaks พูด
eat - eats กิน
2. คำกริยาที่ลงท้ายด้วย s , ss , sh , ch , x และ o ให้เติม “es” เช่น
go - goes ไป
pass - passes ผ่าน
watch - watches ดู
catch - catches จับ
box - boxes ชก,ต่อย
3. คำกริยาที่ลงท้ายด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม “es” เช่น
cry - cries ร้องให้
study - studies เรียน
fly - flies บิน
dry - dries ตากแห้ง
4. ถ้าคำกริยานั้นลงท้ายด้วย y และหน้า y เป็นสระ คือ a , e , i , o, u ให้เติม “s” ได้เลย เช่น
play - plays เล่น
buy - buys ซื้อ
delay - delays ชักช้า
joy - joys ทำให้ยินดี
say - says พูด
5. Present Simple Tense ในรูปประโยคบอกเล่า
ประโยคบอกเล่า หมายถึงประโยคที่พูดหรือเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง เช่น I drink water everyday. (ฉันดื่มน้ำทุกๆวัน) ในภาษาอังกฤษรูปกริยาที่ใช้ต้องเป็นกริยาช่องที่ 1 ( V .1 ) ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ กริยาต้องเติม “s” หรือ “es” ส่วนประธานพหูพจน์ (รวมทั้ง I และ You) กริยาไม่ต้องเติม “s” หรือ “es” ให้คงรูปเดิม
โครงสร้างประโยค Present Simple Tense ในรูปประโยคบอกเล่า
-
ประธาน + กริยา + กรรม + คำบอกเวลา
ตัวอย่างประโยค
- I go to school by bus everyday.
- You watch TV every night.
- We play tennis everyday.
- Jane goes to school by bus everyday.
- He watches TV every night.
- She plays tennis everyday.6. Present Simple Tense ในรูปประโยคปฏิเสธถ้าในประโยคบอกเล่านั้นมีเพียงกริยาแท้ เมื่อต้องการเปลี่ยนให้เป็นประโยคปฏิเสธ ให้ใช้ verb to “do” + not นำหน้ากริยา ดังนี้
ประธาน +
do not
+ กริยาแท้ช่องที่1
does not
do not (don't) ใช้กับประธานพหูพจน์ได้แก่ I , You , We , Theydoes not (doesn't) ใช้กับประธานเอกพจน์ได้แก่ He , She , Itเช่น ประโยคบอกเล่า I live in London.ประโยคปฎิเสธ I don' t live in London.ประโยคบอกเล่า He lives in Canada.ประโยคปฎิเสธ He doesn' t live in Canada.ข้อสังเกต 1. เมื่อใช้ does not ( doesn ' t ) กับประธานเอกพจน์ คำกริยาที่เติม “s” หรือ “es”ให้ตัด “s” หรือ “es” ทิ้งและคงเหลือคำกริยาช่องที่ 1 ซึ่งไม่ต้องเติมอะไรทั้งสิ้น2. ส่วน do not (don 't)ใช้กับประธานพหูพจน์คำกริยาให้คงเดิมไม่ต้องเปลี่ยนแปลงใดๆ